รากฟันเทียม (Dental implants) คือ วัสดุโลหะเทียม (ส่วนใหญ่ทำจากไทเทเนียม) ที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันธรรมชาติ ฝังไว้ในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันที่สูญเสียไป ทำหน้าที่รองรับฟันปลอมชนิดต่างๆ เช่น ครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมถอดได้ ช่วยให้สามารถเคี้ยวอาหาร พูดคุย และยิ้มได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีฟันธรรมชาติ
ควรทำรากฟันเทียม ตอนไหนดี? (คลิกอ่านตามหัวข้อ)
- คางยื่น ปัญหาที่ส่งผลต่อการสบฟัน
- ลักษณะการสบฟันที่ผิดปกติ มีอะไรบ้าง
- ผ่าตัดขากรรไกร แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
- ขั้นตอนการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร
- กรณีที่ 1 ผ่าตัดขากรรไกรก่อน แล้วค่อยจัดฟันทีหลัง
- กรณีที่ 2 จัดฟันก่อน แล้วค่อยผ่าตัดขากรรไกร
- จัดฟันผ่าตัดขากรรไกร จำเป็นต้องวางยาสลบไหม?
- Q&A คลายข้อสงสัย ผ่าตัดขากรรไกร
- สรุป
อาการเตือนว่าอาจถึงเวลาทำรากฟัน
ปวดฟัน: อาการปวดฟันแบบเสียวแปลบหรือปวดตุ๊บๆ โดยเฉพาะเวลากัดอาหาร ร้อน เย็น หรือหวาน
ฟันเปลี่ยนสี : ฟันคล้ำหรือดำลง โดยเฉพาะบริเวณโคนฟัน
เหงือกบวม : เหงือกบวมแดง หรือมีหนองบริเวณโคนฟัน
มีตุ่มหนอง : ตุ่มหนองเล็กๆ บนเหงือกบริเวณโคนฟัน
เสียวฟัน : เสียวฟันจี๊ดๆ แป๊ดๆ เวลากินอาหารร้อน เย็น หรือหวาน
ฟันแตก หรือหัก : ฟันแตกหรือหักจนถึงเนื้อฟัน
ฟันโยก : ฟันโยกมากกว่าปกติ
ถ้าฟันหายหลายซี่ จำเป็นต้องฝังรากฟันเทียมทุกซี่หรือไม่?
ไม่จำเป็น จำนวนรากเทียมที่ต้องฝัง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ฟันหายไป 1 ซี่ : โดยทั่วไปนิยมใช้รากเทียม 1 ซี่ แทนฟัน 1 ซี่ที่หายไป
ฟันหายไปหลายซี่ :
- กรณีหายไป 2 – 3 ซี่ : ทันตแพทย์อาจพิจารณาใช้รากเทียม 2-3 ซี่ ร่วมกับวิธีอื่น ๆ เช่น สะพานฟัน หรือฟันปลอมถอดได้
- กรณีหายไปหลายซี่ (4 ซี่ขึ้นไป) : ทันตแพทย์อาจพิจารณาใช้รากเทียม 4-6 ซี่ หรือ รากเทียมแบบ All-On-4 ซึ่งเป็นการฝังรากเทียม 4 ซี่ เพื่อรองรับฟันปลอมทั้งปาก
อ่านเพิ่มเติม : รากฟันเทียมแบบALL-ON-4 (คลิก)
กรณีมีเนื้อเยื่อกระดูกขากรรไกรเพียงพอ : สามารถฝังรากเทียมได้
อาจต้องมีการเสริมกระดูกขากรรไกรก่อน ซึ่งจะใช้เวลารักษานานขึ้น
สุขภาพดี : สามารถฝังรากเทียมได้
มีโรคประจำตัวบางชนิด : อาจต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษารากฟันเทียมจะเป็นผู้วินิจฉัย และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ร่วมกัน (อ่านปัจจัยเพิ่มเติม..)

อ่านเพิ่มเติม : ประเภทของรากฟันเทียมมีอะไรบ้าง (คลิก)
สัญญาณบ่งบอกว่าควรทำรากฟันเทียม

- ฟันหายไป 1 ตำแหน่ง / ฟันหายไปหลายตำแหน่ง
- เหงือกอักเสบรุนแรงจนเป็นเหตุให้เหงือก และกระดูกละลายตัว
- ฟันแตกหักเสียหายจนจำเป็นต้องถอนฟัน
- รอยยิ้มไม่มั่นใจ ส่งผลต่อการใช้ชีวิต
- เคี้ยวอาหารลำบาก ส่งผลต่อสุขภาพ
อ่านเพิ่มเติม : รากฟันเทียม ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพทดแทนฟันแท้ที่หายไป (คลิก)
อย่าปล่อยให้ปัญหาฟันรบกวนชีวิต! ปรึกษาทำฟันกับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียม
รับคำปรึกษาเบื้องต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
Q : ทำรากเทียมใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่
A : โดยทั่วไปการรักษารากเทียมใช้เวลาประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- จำนวนรากเทียมที่ฝัง : จำนวนรากเทียมที่มากขึ้น อาจใช้เวลารักษานานขึ้น
- สภาพเหงือกและกระดูกขากรรไกร : กรณีมีเนื้อเยื่อกระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอ อาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้น
- เทคนิคการรักษา : เทคนิคการรักษาบางชนิด อาจใช้เวลารักษานานขึ้น
- สุขภาพโดยรวม : กรณีมีโรคประจำตัวบางชนิด อาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้น
*อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการรักษาที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
อ่านเพิ่มเติม : คำแนะนำการดูแลผู้ป่วยหลังทำการรักษารากฟันเทียม & การปลูกถ่ายกระดูกฟัน (คลิก)
ข้อดีของการทำรากฟันเทียม
- เพิ่มความมั่นใจ: การมีฟันที่สวยงาม ช่วยให้กล้ายิ้ม พูดคุย และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
- การบดเคี้ยว: รากฟันเทียมช่วยให้บดเคี้ยวอาหารได้ดียิ่งขึ้น ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ
- สุขภาพช่องปาก: การสูญเสียฟัน ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากโดยรวม การทำรากฟันเทียมช่วยรักษาโครงสร้างของขากรรไกรและเหงือก ไม่ให้ล้มหรือสลายตัว
- ไม่มีผลต่อฟันข้างเคียง: ต่างจากการทำสะพานฟันที่ต้องกรอเนื้อฟันข้างเคียง รากฟันเทียมไม่ต้องทำลายฟันซี่อื่น
- ใช้งานยาวนาน: รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานยาวนานหลายปี
- เพิ่มคุณภาพชีวิต: ช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สุขสบาย ทานอาหารได้อร่อย พูดคุยได้ชัดเจน

รากฟันเทียม ช่วยให้คุณยิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
ปรึกษาเรา ศูนย์ทันตกรรมรากฟันเทียม BIDH
ทันตแพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง ในการทำรากฟันเทียม
ทันตแพทย์ที่ BIDH จะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
- สภาพฟัน : ฟันผุลึกถึงโพรงประสาทหรือไม่
- เนื้อเยื่อประสาทฟัน : เนื้อเยื่อประสาทฟันตายหรืออักเสบหรือไม่
- กระดูกขากรรไกร : มีกระดูกขากรรไกรเพียงพอสำหรับรองรับรากฟันเทียมหรือไม่
- สุขภาพโดยรวม : มีโรคประจำตัวหรือเงื่อนไขทางการแพทย์ที่ส่งผลต่อการรักษารากฟันเทียมหรือไม่

รากฟันเทียมแบบไหนเหมาะกับเรา?
BIDH เลือกรากฟันเทียมยี่ห้อ Straumann เพราะมั่นใจในประสิทธิภาพ ความปลอดภัย นวัตกรรม และบริการที่ได้มาตรฐานสากล คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด

ทำไมถึงเลือกทำรากฟันเทียมที่โรงพยาบาลทันตกรรม BIDH
เรามีทีมทันตแพทย์ด้านรากฟันเทียมโดยเฉพาะ ผ่านการอบรม และมีประสบการณ์สูง มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้มาตรฐาน

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : หมอรากฟันเทียม ที่โรงพยาบาลทันตกรรมกรุงเทพ BIDH (คลิก)
BIDH มีเทคโนโลยีทันสมัย: เราใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการรักษารากฟันเทียม เช่น เครื่อง CT Cone Beam ช่วยให้วิเคราะห์สภาพกระดูกขากรรไกรได้อย่างละเอียด วางแผนการรักษาได้แม่นยำ
รากฟันเทียมคุณภาพสูง เราเลือกรากฟันเทียมยี่ห้อ Straumann ซึ่งเป็นหนึ่งในยี่ห้อชั้นนำระดับโลก มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และอายุการใช้งานยาวนาน
เรามีห้องปฏิบัติการทันตกรรมที่ได้มาตรฐาน ควบคุมกระบวนการผลิตฟันปลอมอย่างถูกสุขลักษณะ
ศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทาง BIDH ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การปรึกษา วางแผนการรักษา การผ่าตัดฝังรากเทียม การขึ้นฟันปลอม จนถึงการติดตามผลหลังการรักษา
BIDH ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก ที่จอดรถกว้างขวาง มีบริการที่จอดรถที่ชั้น 1 และชั้นใต้ดิน
เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต (Phloen Chit Station) : ใช้ทางออก 4
เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รถไฟฟ้ามหานครสถานีคลองเตย (Khlong Toei Station) : ใช้ทางออก 2

ทำรากฟันเทียมที่ไหนดี โรงพยาบาลฟัน BIDH สุขุมวิท 2
สรุป
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำรากฟันเทียมที่ BIDH มั่นใจได้ว่าสามาระเคี้ยวอาหาร พูดคุย ยิ้ม ได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีฟันธรรมชาติ รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานยาวนานได้หลายปีหากดูแลรักษาอย่างถูกต้อง
หากคุณกำลังมองหารากฟันเทียมที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ BIDH เป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ
ติดต่อเรา โรงพยาบาลฟัน สุขุมวิท ซอย 2
โรงพยาบาลทันตกรรมกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล (BIDH)
98 ซอยสุขุมวิท 2 แขวงคลองเตย, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
Tel : 02-115-8977, 095-517-1587
Email : contact@dentalhospitalthailand.com
LINE ID : @DentalHospital
Google Maps : โรงพยาบาลฟัน กรุงเทพ BIDH





